Showing posts with label โน๊ตเพลงเพื่อชีวิต. Show all posts
Showing posts with label โน๊ตเพลงเพื่อชีวิต. Show all posts

02 July 2010

โน๊ตสากลเพลงเพื่อชีวิต คนทำทาง ร้องโดย คีตาญชลี

เนื้อร้อง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ทำนอง เพลงขอมทรงเครื่อง 2 ชั้น
ขับร้องและบรรเลงโดย คีตาญชลี

" .. ประวัติศาสตร์นั้นอาจมี ในทุกที่และทุกสถาน  แต่คนที่ทำงาน มักไม่เคยจะเอ่ยนาม  .. ฝ่าฟันและดั้นด้น คนลุยโคลนคนแบกหาม  เอาเหงื่อแลกงานงาม และคือคนผู้สร้างสรรค์  .. จากป่าจนเป็นเมือง อันรุ่งเรื่องอยู่ลาวัลย์  ด้วยแรงแห่งคนนั้น แหละคือคน ผู้ทำทาง  .. ชีพเขา คือบทเพลง อันครืนเครง กระหึ่มคราง  ให้จำ บ่ห่อนจาง ณ กลางใจ กลางแผ่นดิน .. ชีพเขาคือใบไม้ อันคว้างไหว กลางลมริน  ให้เนื้อ แก่ธรณินทร์ และให้นม แก่ลูกน้อย  .. คนแล้ว และคนเล่า อันร่วงแล้ว ใช่ลับลอย  ถักถัก ทยอย ทอย คือสายเลือด ที่สืบแทน  .. คือธาตุ อันเป็นทิพย์ ที่ตายสิบ จักเกิดแสน  คือแก่นและคือแกน จักแกร่งอยู่ กู้ยุคสมัย  .. นี้คือ ประวัติศาสตร์ ประชาชาติ ประชาธิปไตย  คนไทย ที่เป็นไท ผู้ทำทาง ให้เราเดินฯ .. "

เนื้อเพลง คนทำทาง

ประวัติศาสตร์ อาจมี ในหลายด้าน
แต่คนที่ทำงาน ไม่เคย จะเอ่ยออกนาม
คนที่แบกหามลุยน้ำลุยโคลน คนที่สรรสร้าง
จากป่าเป็นเมืองรุ่งเรืองงามเพียงเวียงวัง
ด้วยเลือด ด้วยเนื้อ ของคนทำทาง
ถางทาง ตั้งต้น ให้คนต่อไป

จากป่าเปลี่ยว เที่ยวไป ในทุกถิ่น
ดังโบกโบยบิน พื้นดิน เป็นถิ่นอาศัย
หนาวเหน็บเจ็บใจ ภัยร้ายนานา ชีวาว้าเหว่
เช้าค่ำจำเจ เร่ไป ให้คนเดินตาม
ทุกย่างเท้าเขา เหมือนเงา เรืองราม
ฝังนาม ฝังร่าง อยู่กลาง แผ่นดิน ฯ.

19 June 2010

โน้ตสากล เพลง คำสัญญา ร้องโดย อินโดจีน


เพลง : คำสัญญา
ศิลปิน : อินโดจีน

เนื้อเพลง :

...ก่อนจากกัน ขอสัญญา
ฝากประทับตรึงตรา จนกว่าจะพบกันใหม่
โบกมืออำลา สัญญาด้วยหัวใจ
เพราะความรัก ติดตรึงห่วงใย ด้วยใจผูกพันมั่นคง

ด้วยความดี นั้นฝังตรึง
จากไปแล้วคำนึง ตรึงประทับดวงใจ
อย่าได้ลืมเลือน สัญญากันไว้อย่างไร
ขอให้เรามั่นคงจิตใจ ก้าวไปสรรค์สร้างความดี

* โอ้เพื่อนเอ๋ย เคยร่วมสนุกกันมา
แต่เวลา ต้องพาให้เราจากกัน
ไม่นานหรอกหนา เราคงได้มาพบกัน
ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น เพราะเรามั่นในสัญญา

** หากแผ่นดิน ไม่ฝังกาย
จะสุขจะทุกข์เพียงใด น้อมกายยิ้มสู้ฟันฝ่า
ร้อยรัดดวงใจ มั่นในคำสัญญา
สร้างสรรค์เพื่อมวลประชา นี่คือสัญญาของเรา

คลิกที่นี่ ไปดูโน๊ตเพลง กำลังใจ สุรชัย จันทิมาธร หงา คาราวาน

13 June 2010

โน๊ตสากลเพลงเพื่อชีวิต เพลง คิดถึงบ้าน หรือ เดือนเพ็ญ แต่งโดย นายผี

เพลง เดือนเพ็ญ (คิดถึงบ้าน) จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เพลงเดือนเพ็ญ หรือ เพลงคิดถึงบ้าน เขียนเนื้อร้องและทำนองโดย อัศนี พลจันทร (หรือที่รู้จักกันในชื่อ นายผี หรือ สหายไฟ) ได้รับการยกย่องว่า หากนับเพลงนี้เป็นเพลงเพื่อชีวิต ก็สมควรจะเรียกได้ว่าเป็น สุดยอดเพลงเพื่อชีวิต ด้วยเป็นเพลงที่ถูกบันทึกเสียงและขับขานในวาระต่าง ๆ มากที่สุดเพลงหนึ่งในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา และน้อยคนเหลือเกินที่ได้ฟังเพลงนี้แล้วจะรู้สึกเฉย ๆ กับความหมายที่กินใจที่เพลงสื่อออกมา เพลงคิดถึงบ้านนี้ ทำให้ชื่อ นายผี อัศนี พลจันทร เป็นที่รู้จักและจดจำในวงกว้าง

อัศนีแต่งเพลงนี้ขึ้น เพราะความรู้สึกคิดถึงบ้านของตัวเขาเอง ด้วยเหตุการณ์ทางสังคมในสมัยนั้น ทำให้เขาต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเป็นเวลานาน. หงา คาราวาน เป็นคนนำเพลง "คิดถึงบ้าน" นี้ออกมาจากราวป่า และบันทึกเสียงครั้งแรกในนามวงคาราวาน กับอัลบั้มชุด "บ้านนาสะเทือน" เมื่อปี 2526. ต่อมาในปี 2528 แอ๊ด คาราบาว ได้นำมาบันทึกเสียงอีกครั้ง ในอัลบั้มชุด "กัมพูชา" และได้เปลี่ยนชื่อเพลงเป็น "เดือนเพ็ญ" พร้อมทั้งสลับท่อนเนื้อร้องจากเดิม. หลังจากนั้นมีผู้นำเพลงนี้ไปบันทึกเสียงอีกนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในอัลบั้มปกติ และการแสดงสด อาทิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี คนด่านเกวียน อัสนี-วสันต์ โชติกุล พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ โฮป คีตาญชลี นรีกระจ่าง คันธมาศ สายัณห์ สัญญา สุนารี ราชสีมา ยอดรัก สลักใจ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย โจ้ วงพอส ฯลฯ

หงา คาราวาน บันทึกถึงที่มาของเพลงนี้ว่า
...ที่สนามรบก่อนเกิดศึกใหญ่ (หมายถึงยุทธการล้อมปราบในเขตน่านเหนือ) ผมได้พบญาติพี่น้องซึ่งเป็นสายทางเขา (นายผี) เพลง 'คิดถึงบ้าน' ถูกร้องให้ผมฟังโดยหมอตุ๋ย สหายหญิงผิวคล้ำคนภาคกลางแถบราชบุรีซึ่งเป็นญาติของเขา และบอกว่าเป็นเพลงที่นายผีแต่งขึ้น ตั้งแต่พลัดบ้านพลัดเมืองไปอยู่ที่กรุงปักกิ่ง เป็นเวลาเกือบ 30 ปีมาแล้ว

เนื้อเพลง เดือนเพ็ญ

เดือนเพ็ญแสงเย็นเห็นอร่าม นภาแจ่มนวลดูงาม
เย็นยิ่งหนอยามเมื่อลมพัดมา
แสงจันทร์นวลชวนใจข้า
คิดถึงถิ่นที่จากมา คิดถึงท้องนาบ้านเรือนที่เคยเนา

กองไฟสุมควายตามคอก
คงยังไม่มอดดับดอก จันทร์เอยช่วยบอกให้ลมช่วยเป่า
โหมไฟให้แรงเข้า พัดไล่ความเยือกเย็นหนาว
ให้พี่น้องเรานอนหลับอุ่นสบาย

เรไรร้องฟังดังว่า เสียงเจ้าที่เฝ้าคอยหา
ลมเอ๋ยช่วยมากระซิบข้างกาย
ข้ายังคอยอยู่มิหน่าย มิเลือนเคลื่อนคลาย
คิดถึงมิวายที่เราจากมา

ลมเอยจงเป็นสื่อให้ น้ำรักจากห้วงดวงใจ
ของข้านี้ไปบอกเขานะนา
ให้คนไทยรู้ว่า ไม่นานลูกที่จากมา
จะไปซบหน้าในอกแม่เอย

หัวข้อ โน๊ตเพลงเพื่อชีวิต โน๊ตสากลเพลงเดือนเพ็ญ เพลงคิดถึงบ้าน โน๊ตเพลงไวโอลิน

โน๊ตสากลเพลงเพื่อชีวิต ยิ้มกลางสายฝน โดย สุรชัย จันทิมาธร หรือ น้าหงา คาราวาน

ยิ้มกลางสายฝน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ยิ้มกลางสายฝน เป็นบทเพลงหนึ่งของคาราวาน ที่เขียนขึ้นเมื่อเข้าสู่ป่าหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา แต่งเนื้อร้อง โดย สุรชัย จันทิมาธร เป็นเพลงช้า ความหมายลึกซึ้ง โดยเปรียบเทียบห่ากระสุนปืนที่สาดใส่เหมือนสายฝน  เพลงยิ้มกลางสายฝน ได้ถูกนำกลับมาทำดนตรีใหม่และขับร้องใหม่อีกหลายครั้ง เช่น อรวี สัจจานนท์, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์

เนื้อร้อง

เย็น....ฝนพรำพร่างพรูสู่พฤกษา
พรมไม้ป่า สดใสในวสันต์
หัวใจเรา ฉ่ำชื่นเช่นดังคืนวัน
ฝันและใฝ่โลกใหม่ต้องเป็นของเรา

ยามฝนหลั่ง เมฆบังบดทิวเขา
ยามเห็นเจ้า เปียกปอนตอนใกล้สาง
พบคนจริง ยิ่งยงคู่คงเส้นทาง
เห็นผู้สร้าง ความทรงจำ มิเลือนจากใจ

ยืนหยัดทะนง คู่คงเส้นทางยืดเยื้อ
ยิ้ม...เพื่อความฝันใกล้บรรลุชัย

ยามเห็นหน้า ต้องตาสื่อความหมาย
จับมือทักทาย ส่งยิ้มกลางสายฝน
พบความจริง ยิ่งหมายมั่นในกมล
หนทางสู้....สู่ชัยมิไกลจากเรา

หัวข้อ โน๊ตสากลเพลงเพื่อชีวิต โน๊ตสากลเพลงไทย โน๊ตเพลงยิ้มกลางสายฝน โดย หงา คาราวาน หรือ สุรชัย จันทิมาธร

โน๊ตสากลเพลงเพื่อชีวิต โน๊ตไวโอลิน เพลงแสงดาวแห่งศรัทธา ประพันธ์โดย จิตร ภูมิศักดิ์

เพลง แสงดาวแห่งศรัทธา จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เพลงแสงดาวแห่งศรัทธา เป็นเพลงที่ประพันธ์โดยจิตร ภูมิศักดิ์ ในช่วงปี พ.ศ. 2503-2505 ขณะถูกขังอยู่ที่คุกลาดยาว โดยใช้นามปากกาว่า "สุธรรม บุญรุ่ง" ต่อมาเพลงนี้ถูกนำมาขับร้องโดยวงคาราวานในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา และเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เป็นเพลงที่ใช้ปลุกพลัง ความหวัง และศรัทธา ได้เป็นอย่างดี

จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นนักคิดที่มีอิทธิพลอย่างสูง มากที่สุดคนหนึ่งสำหรับคนหนุ่มสาวในยุคแสวงหา หรือแม้กระทั่งนักกิจกรรมเพื่อสังคมในปัจจุบันนี้ เพราะความคิดและผลงานของจิตร ทรงพลังและเป็นสัจธรรมที่มิอาจปฏิเสธได้

ยุคมืดของสังคมไทย 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519 ยุคเผด็จการทรราชย์ครองเมือง นักศึกษาถูกสังหาร ถูกจับกุมคุมขัง เหตุเพราะเรียกร้องหา "เสรีภาพ" มีเรื่องเล่าว่า : ในคุกที่กลุ่มนักศึกษาถูกจองจับจำนวนมาก ท่ามกลางความสิ้นหวัง หวาดกลัว เจ็บแค้นและปวดร้าว พลันก็มีคนคนหนึ่งเปล่งเสียงนำขึ้น ทำลายความเงียบงัน ร้องเพลงเพลงหนึ่งขึ้น จาก 1 เสียงเพิ่มทีละเสียงๆ จนดังกังวาน ก้องไปทั่ว ดังเข้าไปในจิตวิญญาณของผู้เรียกร้องเสรีภาพและความเป็นธรรม เพลงๆ นั้นยังคงเป็นอมตะตราบทุกวันนี้

วงดนตรีเพื่อชีวิต "คาราวาน" เป็นผู้นำเพลงแสงดาวแห่งศรัทธามาขับร้องจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ผลงานเพลงของจิตรมีมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงปฏิวัติ เพลงปลุกใจ เดี๋ยวนี้คงหาฟังได้ยาก ที่พอจะมีก็เพลง "กลิ่นรวงทอง" ที่แอ๊ด คาราบาว นำมาร้องและแต่งเนื้อเพลงเพิ่มบางส่วน อยู่ในชุดที่ 4 ท. ทหารอดทน

เพลงนี้แสดงลักษณะการมองโลกในแง่ดีของจิตร ถึงแม้ว่าจะถูกจับกุมคุมขัง แต่ก็ยังมองเห็นความหวัง ฟ้าทั้งผืนแม้จะมืดมิด แต่ก็ยังมีดาวดวงน้อยแซมแต้ม การจับกุมคุมขัง มิใช่การสิ้นสุดบทบาทของชีวิต เมื่อมองเห็นความหวังแล้ว ก็มีพลังศรัทธาในการที่จะทำงานเพื่อผลประโยชน์ของสาธารณชนอีกต่อไปอย่าง เชื่อมั่น ความเป็นจริงจะต้องปรากฏสักวันหนึ่งว่าใครทำอะไรเพื่อใคร

เพลง แสงดาวแห่งศรัทธา
คำร้อง-ทำนอง : สุธรรม บุญรุ่ง (จิตร ภูมิศักดิ์)
ขับร้อง : เพ็ญศรี พุ่มชูศรี


พร่างพรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว
ส่องฟากฟ้า เด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่งโคมทอง ส่องเรืองรุ้งในหทัย
เหมือนธงชัย ส่องนำจากห้วงทุกข์ทน

พายุฟ้า ครืนข่มคุกคาม
เดือนลับยาม แผ่นดินมืดมน
ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน
ปลุกหัวใจ ปลุกคนอยู่มิวาย

ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้นผืนฟ้า มืดดับเดือนลับมลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพราย อยู่จนฟ้ารุ่งราง

หัวข้อ โน๊ตเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา  โน๊ตสากลเพลงไทย โน๊ตดนตรีสากล โน๊ตไวโอลิน

12 June 2010

โน๊ตสากลเพลงเพื่อชีวิต เพลง กำลังใจ หงา คาราวาน


เพลง : กำลังใจ
ศิลปิน : หงา คาราวาน

..โบก มือลา  เสียงเพลงครวญมาต้องลาแล้วเพื่อน
กี่ปีจะลับเลือน  ฝากเพลงคอยย้ำเตือน หวน ไห้

จาก กันไกล  แม้เพียงร่างกายแต่ใจชิดใกล้
เมื่อใจเราซึ้งใจ  ร่วมทางไม่ร้างไกล หมาย มั่น

ขุนเขาไม่อาจขวาง  สายทางเที่ยงธรรมได้
ความหวังยังพริ้มพราย  เก่าตายมีใหม่เสริม
ชีวิตที่ผ่านพบ มีลบย่อมมีเพิ่ม  ขอเพียงให้เหมือนเดิม กำลังใจ

อย่า อาวรณ์  รักเราไม่คลอนคลางแคลงแหนงหน่าย
ให้รักเราละลาย  กระจายในผองชน
ผู้ทุกข์ทนตลอด กาล